เพลงไทยเตือนสติ ......                                                 


เพลงพระวิหารเป็นของไทย (เพลงต้องห้ามปี 2505)

  Click ฟังเพลง

เขาพระวิหารเป็นของไทย แต่งโดยไพบูลย์ บุตรขัน
ขับร้อง คำรณ สัมบุญณานนท์

เขาพระวิหารเป็นของไทย
เขาพระวิหาร โบราณวัตถุแห่งนี้
ขอเชิญน้องพี่ ได้โปรดจงมีความสนใจ
ด้วยเหตุและผล ต้นเรื่องเบื้องหลังอย่างไร
เชิญสดับและรับฟังได้ ผมจะบรรยายให้ฟัง
(ลำตัด)
เอ่อ...เอ้อ...เออ...เอ่ย...เอิง...เอย เขาพระวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ณ ที่ชายแดน
เดิมเป็นเขตแว่นแคว้นติดกับดินแดนฝรั่ง เป็นเขาสูงเสียบฟ้าชะง่อนผาสูงชัน
พระเจ้าสุริยะวรมันขอมโบราณก่อตั้ง สร้างวิหารขึ้นมาเพื่อแผ่ศักดาเกรียงไกร
แต่ผลที่สุดแพ้ไทยเลยมอบให้ฝากฝัง ขแมร์ไม่ใช่ขอมโบราณไฉนทำไมมาพาลเรียกเอา
ขอมเป็นชาติก่อนเก่าขแมร์มาเข้าทีหลัง อาณาเขตชาติไทยเคยกว้างใหญ่ไพศาล
เป็นดินแดนรูปขวานแต่ครั้งโบราณเบื้องหลัง ตลอดแม่น้ำแม่โขงเคยเชื่อมโยงสายใย
เคยเป็นดินแดนของไทยที่อยู่ในแผนผัง พอถึงยุคต่อมาฝรั่งจึงล่าเมืองขึ้น
ไทยเราแทบล้มทั้งยืนเขตแดนถูกกลืนไปบ้าง เขมรลาวชาวญวนถูกตีรวนยอมแพ้
ไทยพลอยติดร่างแหสุดจะแก้กลับหลัง ถูกโกงเอาเขตดินจึงขวานบินร่อยไป
เราต้องน้ำตาตกในสุดแก้ไขยับยั้ง ไทยชอกช้ำจำทนเพราะไทยเราจนอาวุธ
พอเขาเอาปืนมาอุดไทยต้องทรุดตัวนั่ง เสียมราษฎร์พระตะบองเคยเป็นของไทยเรา
จำต้องยกให้เขามันน่าเศร้าเสียจัง พอสิ้นยุคซึมแทรกเขาปลดแอกกันไขว่
ไม่ยักจะคืนเขตไทยที่โกงเอาไปแต่หลัง ไทยเป็นสุภาพบุรุษไม่อยากพูดรื้อฟื้น
ไม่คิดทวงกลับคืนปล่อยเป็นคลื่นกระทบฝั่ง พี่น้องเอย...เอ๋ย...อยู่ๆมาถูกตู่เอาดื้อๆ
หาว่าไทยแย่งยื้อเขาพระวิหารแปลกจัง ทั้งๆที่อยู่เขตไทยมีทางบันไดขึ้นเขา
อยู่ในเขตแดนเราจะเรียกเอาไม่ฟัง ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเออ...เอิง...เอิง...เอย...
ระวังหน่อยคนขี้ตู่เชิญพลิกประวัติศาสตร์ดูว่าไทยเคยสู้ตายรัง เป๊กพ่อ
ขี้ตู่กลางนา ขี้ตาตุ๊กแก ของเราแท้ๆ แล้วจะมาแย่งเอาไป
ขี้ตู่กลางนา ขี้ตาตุ๊กแก เป็นของขแมร์แล้วให้มาขึ้นทางไทย



เพลง สุดแผ่นดิน

สุดดินคือถิ่นน้ำ
เขตครามไทยสุดแนว
เราถอยไปไม่ได้อีกแล้ว
ผืนดินสิ้นแนวทะเลกว้างใหญ่

ชาติไทยในเก่ากาล
ถูกเขารานย่ำใจ
เคยเสียน้ำตามากเพียงไหน
เสียเนื้อเลือดเท่าไรชาวไทยจำได้ดี

เราถอยมาอยู่แสนไกล
รวมเผ่าไทยอยู่อย่างเสรี
พระสยามทรงนำโชคดี
ผืนดินถิ่นนี้คือแผ่นดินทอง

ไม่มีที่แห่งไหน
ให้ไทยไปจับจอง
เราถอยไปไม่ได้พี่น้อง
ใครคิดมาแย่งครองผองไทยจงสู้ตาย


เพลง แผ่นดินของเรา

เป็นเพลงปลุกใจ โดยนำเพลง The Exodus Song
(This Land is Mine) ของ Pat Boone ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Exodusปี
ค.ศ. 1960 นำแสดงโดยพอล นิวแมน มาประพันธ์เนื้อร้องภาษาไทย

ขับร้องโดยสันติ ลุนเผ่


แผ่นดินของเรา ย่อมเป็นของเราชาติไทย
ใกล้ไกลย่อมเป็นของเราชาติไทย
เลือดไทยไหลโลมลงดิน ใครหมิ่นศักดิ์ศรีคนไทย
ย่อมมีวันสักวันให้ไทยล้างใจอัปรีย์
แผ่นดินของเรา ย่อมเป็นของเราอยู่ดี
ที่ใดย่อมเป็นของเราอยู่ดี
หากเชือดเฉือนไปคราใด ย่อมแสนหวั่นไหวชีวี
ปฐพีแหลมทองช่วยกันคุ้มครองป้องกัน
สักวันต้องคืนกลับมา มั่นใจเถิดหนา
ขอพลีชีวารักษาชาติไทย
ชาติไทยคู่ฟ้า เลือดทาแผ่นดิน


 This land is mine, God gave this land to me
This brave and ancient land to me
And when the morning sun reveals her hills and plain
Then I see a land where children can run free
So take my hand and walk this land with me
And walk this lovely land with me
Though I am just a man, when you are by my side
With the help of God, I know I can be strong
Though I am just a man, when you are by my side
With the help of God, I know I can be strong
To make this land our home
If I must fight, I'll fight to make this land our own
Until I die, this land is mine


เพลง สยามานุสสติ
เป็นคำโคลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2461
และได้พระราชทานแก่ทหารอาสาสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
ต่อมาได้มีการนำโคลงนี้มาแต่งเป็นเพลงปลุกใจ ซึ่งประพันธ์ทำนองโดยนารถ ถาวรบุตร

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์โคลงสยามานุสสติมาจาก
คำขวัญปลุกใจของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่ว่า
" Who live if England die, who die if England live ?"

นารถ ถาวรบุตรได้ประพันธ์เพลงสยามานุสติขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2482
เพื่อใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง "ค่ายบางระจัน" ของบริษัทศรีกรุงภาพยนตร์
ซึ่งส่วนของเนื้อร้องนั้น ได้ตัดเอาบทพระราชนิพนธ์สยามานุสสติบทที่ 3 และบทที่ 4 มาใช้
โดยสลับเอาบทที่ 4 มาร้องก่อนแล้วจึงค่อยร้องบทที่ 3 ในลำดับถัดไป ดังนี้

หากสยามยังอยู่ยั้ง  ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง  ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง  ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย  หมดสิ้นสกุลไทยฯ
ใครรานใครรุกด้าว  แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ  ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล  ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น  ชื่อก้องเกียรติงามฯ


เพลง ต้นตระกูลไทย
คำร้อง: หลวงวิจิตรวาทการ
ทำนอง: หลวงวิจิตรวาทการ ดัดแปลงจากทำนองเพลงเก่า

(สร้อย)
ต้นตระกูลไทย ใจท่านเหี้ยมหาญ รักษาดินแดนไทย ไว้ให้ลูกหลาน
สู้จนสูญเสีย แม้ชีวิตของท่าน เพื่อถนอมบ้าน เมืองไว้ให้เรา
ลุกขึ้นเถิด พี่น้องไทย อย่าให้ชีวิตสูญเปล่า
รักชาติยิ่งชีพของเรา เหมือนดังพงศ์เผ่า ต้นตระกูลไทย
ท่านพระยาราม ผู้มีความแข็งขัน สู้รบป้องกัน มิได้ยอมแพ้พ่าย
พระราชมนู ทหารสมัยกู้ชาติ แสดงความสามารถ ได้ชัยชนะมากหลาย
เจ้าพระยาโกษาเหล็ก ท่านเป็นแม่ทัพชั้นเอก ของสมเด็จพระนารายณ์
สีหราชเดโช ผจญสงครามใหญ่โต ต่อตีศัตรูแพ้พ่าย
เจ้าคุณพิชัยดาบหัก ผู้กล้าหาญยิ่งนัก ล้วนเป็นต้นตระกูลไทย
(สร้อย)
หมู่บุคคลสำคัญ หัวหน้าชาวบางระจัน ที่เราหาชื่อได้
นายแท่น นายดอก นายอิน นายเมือง ขุนสรรค์ พันเรือง นายทองแสงใหญ่
นายโชติ นายทองเหม็น ท่านพวกนี้ล้วนเป็น ผู้กล้าหาญชาญชัย
นายจันหนวดเขี้ยว กับนายทองแก้ว ทำชื่อเสียงเพริศแพร้ว ไว้ลายเลือดไทย
ชาวบางระจัน สำคัญยิ่งใหญ่ เป็นต้นตระกูลของไทย ที่ควรระลึกตลอดกาล
(สร้อย)
องค์พระสุริโยทัย ยอดมิ่งหญิงไทย สละพระชนม์เพื่อชาติ
ท้าวเทพสตรี ท้าวศรีสุนทร ป้องกันถลางนคร ไว้ด้วยความสามารถ
ท้าวสุรนารี ผู้เป็นนักรบสตรี กล้าหาญองอาจ
ป้องกันอีสาน ต้านศัตรูของชาติ ล้วนเป็นสตรีสามารถ ต้นตระกูลของไทย
(สร้อย)


เพลง เราสู้

เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔๔ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๕๑๖

นายสมภพ จันทรประภา ได้ประพันธ์กลอนสุภาพ ๔ บท จากพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่สมาชิกสภานิติบัญญัติที่เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มาเขียนเป็นคำกลอนถวาย เมื่อทรงเกิดแรงบันดาลพระราชหฤทัย ที่จะทรงพระราชนิพนธ์เพลง "เราสู้" พระราชทานให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่ทหาร อาสาสมัครและตำรวจชายแดน ทรงหยิบซองจดหมายใกล้พระหัตถ์มาตีบรรทัด ๕ เส้น เพื่อทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง เสร็จแล้วพระราชทานให้ วง อ.ส. วันศุกร์ ซึ่งกำลังบรรเลงอยู่ในงานวันขึ้นปีใหม่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๗ นำออกบรรเลง ณ พระราชวังบางปะอิน จากนั้นได้ทรงนำกลับไปแก้ไขก่อนจะพระราชทานออกมาให้วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ บรรเลง และทรงแก้ไขอีกจนพอพระราชหฤทัย

คำร้อง: นายสมภพ จันทรประภา

บรรพบุรุษของไทยแต่โบราณ
ปกบ้านป้องเมืองคุ้มเหย้า
เสียเลือดเสียเนื้อมิใช่เบา
หน้าที่เรารักษาสืบไป
ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า
จะได้มีพสุธาอาศัย
อนาคตจะต้องมีประเทศไทย
มิยอมให้ผู้ใดมาทำลาย
ถึงขู่ฆ่าล้างโคตรก็ไม่หวั่น
จะสู้กันไม่หลบหนีหาย
สู้ตรงนี้สู้ที่นี่สู้จนตาย
ถึงเป็นคนสุดท้ายก็ลองดู
บ้านเมืองเราเราต้องรักษา
อยากทำลายเชิญมาเราสู้
เกียรติศักดิ์ของเราเราเชิดชู

เราสู้ไม่ถอยจนก้าวเดียว


เพลง ดอกประดู่
หรือที่นิยมเรียกกันอีกอย่างว่าเพลง "หะเบสสมอพลัน"
เป็นบทเพลงพระนิพนธ์ใน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
เดิมเรียกชื่อว่า "Coming Thro' the Rye" ตามชื่อทำนองเพลงเดิมในภาษาอังกฤษ
(เพลงนี้เป็นเพลงสก็อต เข้าใจกันว่าดัดแปลงทำนองมาจากเพลง Auld Lang Syne อีกทีหนึ่ง)
 แรงบันดาลใจสำคัญในการทรงนิพนธ์เพลงนี้คือเหตุการณ์วิกฤตการณ์ปากน้ำ ร.ศ.112 (พ.ศ. 2436)
 ซึ่งเป็นที่จดจำกันได้ดีทุกคนสำหรับคนไทยในยุคนั้น สันนิษฐานว่าทรงนิพนธ์เพลงดอกประดู่เมื่อ พ.ศ. 2448

เพลงนี้ถือเป็นเพลงสัญลักษณ์ของกองทัพเรือไทยที่คนไทยรู้จักกันดี
 และเป็นที่มาของการเปรียบเทียบตนเองของทหารเรือไทยว่า เป็น "ลูกประดู่" มาจนถึงทุกวันนี้

หะเบสสมอ[1]พลัน ออกสันดอนไป
ลัดไปเกาะสีชัง จนกระทั่งกระโจมไฟ[2]
เที่ยวหาข้าศึก มิได้นึกจะกลับมาใน
ถึงตายตายไป ตายให้แก่ชาติของเรา


พวกเราจงดู รู้เจ็บแล้วต้องจำ
ลับดาบไว้พลาง ช้างบนยอดกาฟฟ์[3]จะนำ
สยามเป็นชาติของเรา ธงยอดเสาชักขึ้นทุกลำ
ถึงเรือจะจมในน้ำ ธงไม่ต่ำลงมา


เกิดมาเป็นไทย ใจร่วมกันแหละดี
รักเหมือนพี่เหมือนน้อง ช่วยกันป้องปฐพี
สยามเป็นชาติของเรา อย่าให้เขามาย่ำมายี
ถึงตายตายดี ตายในหน้าที่ของเรา


พวกเราทุกลำ จำเช่นดอกประดู่
วันไหนวันดี บานคลี่พร้อมอยู่
วันไหนร่วงโรย ดอกโปรยตกพรู
ทหารเรือเราจงดู ตายเป็นหมู่เพื่อชาติไทย


เพลง หนักแผ่นดิน 

(ข้อมูล) เป็นเพลงที่แต่งเมื่อ พ.ศ. 2518
ใช้เปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุ จ.ส. กรมการสื่อสารทหารบก กองทัพบก
ในการต่อสู้ทางการเมืองกับขบวนการคอมมิวนิสต์ ในช่วง พ.ศ. 2518-2523
ประพันธ์คำร้องโดย พ.อ.บุญส่ง หักฤทธิ์ศึก และ
ขับร้องโดย สันติ ลุนเผ่ และศิริจันทร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา [1] ต่อมาใน พ.ศ. 2520
ชื่อเพลงนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ "หนักแผ่นดิน" กำกับโดย สมบัติ เมทะนี แสดงนำโดยสมบัติ เมทะนี และนัยนา ชีวานันท์

เนื้อเพลง
คนใดใช้ชื่อไทยอยู่ กายก็ดูเหมือนไทยด้วยกัน
ได้อาศัยโพธิ์ทองแผ่นดินของราชันย์ แต่ใจมันยังเฝ้าคิดทำลาย
คนใดเห็นไทยเป็นทาส ดูถูกชาติเชื้อชนถิ่นไทย
แต่ยังฝังทำกิน กอบโกยสินไทยไป เหยียดคนไทยเป็นทาสของมัน
(สร้อย)
หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)
หนักแผ่นดิน หนักแผ่นดิน คนเช่นนี้เป็นคนหนักแผ่นดิน (หนักแผ่นดิน!)
คนใดยุยงปลุกปั่น ไทยด้วยกันหวังให้แตกกระจาย
ปลุกระดมมวลชนให้สับสนวุ่นวาย เพื่อคนไทยแบ่งฝ่ายรบกันเอง
คนใดหลงชมชาติอื่น ชาติเดียวกันเขายืนข่มเหง
ได้สินทรัพย์เจือจานก็ประหารไทยกันเอง ทีชาติอื่นเกรงดังญาติของมัน
(สร้อย)
คนใดขายตนขายชาติ ได้โอกาสชี้ทางให้ศัตรู
เข้าทลายพลังไทยให้สลายทางสู้ เมื่อศัตรูโจมจู่เสียทีมัน
คนใดคิดร้ายราวี ประเพณีของไทยไม่ต้องการ
เกื้อหนุนอคติ เชื่อลัทธิอันธพาล แพร่นำมันมาบ้านเมืองเรา
(ซ้ำท่อนสร้อย 2 ครั้ง)

 


เพลง รักเธอประเทศไทย

ประกอบละคร ศึกรบ ศึกรัก)
(เวอร์ชันเดิมเป็นของ หรั่ง ร็อคเคสตร้า)

เป็นตัวเป็นตน รวมเป็นคนขึ้นมาได้
จะโตจะตาย ไม่แน่นอน
จะตึงจะตัง ขึงขัง หรือโอนอ่อน
แล้วแต่ทำเพื่อใคร

จะดีจะเลว เธอก็ยืนเคียงข้าง
จะจำไม่จาง ยังซึ้งใจ
จะเป็นจะตาย ดีร้ายสักเพียงใด
ฉันทำได้ เพื่อเธอ

สาบาน ว่าไม่เสียใจ
เสียใคร ไม่เท่าเสียเธอ
จะยอมให้ใคร มาทำร้ายเธอ เป็นไปได้ไง
แม้ตายก็ต้องยอม

จะดีจะเลว เธอก็ยืนเคียงข้าง
จะจำไม่จาง ยังซึ้งใจ
จะเป็นจะตาย ดีร้ายสักเพียงใด
ฉันทำได้เพื่อเธอ

ของใคร ใครก็หวง
หวงเธอ ดังดวงใจ
ขอเธอ ไม่ต้องหวั่นไหว
หลับเถิด หลับให้สบาย

สาบาน ว่าไม่เสียใจ
เสียใคร ไม่เท่าเสียเธอ
จะยอมให้ใคร มาทำร้ายเธอ เป็นไปได้ไง
แม้ตายก็ต้องยอม
สาบาน ว่าไม่เสียใจ
เสียใคร ไม่เท่าเสียเธอ
จะยอมให้ใคร มาทำร้ายเธอ เป็นไปได้ไง
แม้ตายก็ต้องยอม
สาบาน ว่าไม่เสียใจ
เสียใคร ไม่เท่าเสียเธอ
จะยอมให้ใคร มาทำร้ายเธอ เป็นไปได้ไง


 

เครื่องเล่นเพลง



เรื่องน่าสนใจ

VDO Clip เขาพระวิหาร

หลักฐานและอ้างอิง

We have 5 guests online